<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.และภาคีเครือข่ายร่วมซ่อมสร้างบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วมขอนแก่น 461 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอนแก่น/ พอช.และภาคีเครือข่ายร่วมซ่อมสร้างบ้านเรือนที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; รวม 461 หลัง&amp;nbsp; คาดจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณรวม 8 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากเหตุการณ์พายุโพดุลพัดถล่มพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสานในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้ร่วมกันช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเริ่มซ่อมแซมบ้านตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีแรงงานจิตอาสาที่เป็นช่างชุมชนจากเครือข่ายช่างชุมชนหลายจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งทหารในพื้นที่ร่วมกันซ่อมแซมบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม&amp;nbsp; นายไมตรี อินทุสุต ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;มหกรรมซ่อมแซมบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยโดยชุมชนและภาคี&amp;rsquo;&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดจันทร์ประสิทธิ์ &amp;nbsp;เทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; โดยมีนายวรทัศน์ ธุรีจันทร์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; มณฑลทหารบกที่ 23 &amp;nbsp;หน่วยงานในท้องถิ่น &amp;nbsp;มูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้า &amp;nbsp;สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมือง &amp;nbsp;คณะผู้บริหาร พอช. และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายไมตรี &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้าน&amp;nbsp; และให้กำลังใจช่างชุมชนที่มาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งมอบบ้านมั่นคงและบ้านที่ซ่อมแซมแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 248&amp;nbsp; ครัวเรือนให้กับชาวบ้านในชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านจำนวน 461 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 8.3 ล้านบาท &amp;nbsp;มอบเงินสงเคราะห์จากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้แก่ผู้ประสบภัยจำนวน &amp;nbsp;500 ครอบครัว &amp;nbsp;เป็นเงิน 2 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบประกาศนียบัตรแก่ขบวนช่างชุมชนที่มาช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายไมตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; อยากขอบคุณและชื่นชมพี่น้องช่างชุมชนที่รวมพลังเป็นจิตอาสา &amp;nbsp;ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน ช่วยเหลือพี่น้องที่ยากลำบากเมื่อเกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ของอำเภอบ้านไผ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่มาร่วมกันทั้งเทศบาล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมาร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาบ้านเรือนและชุมชนต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะต้องคำนึงถึงการสร้างครอบครัวที่มีรายได้ &amp;nbsp;มีอาชีพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีงานทำ &amp;nbsp;มีสุขภาวะ &amp;nbsp;มีการศึกษา &amp;nbsp;การมีส่วนร่วมของชุมชน &amp;nbsp;มีสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างและซ่อมแซมบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย &amp;nbsp;เพราะในอีกไม่กี่ปีประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย&amp;nbsp; ฉะนั้นจะต้องตอบโจทก์ผู้สูงวัย &amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาดูแลพี่น้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; ก็จะเข้ามาดูแลพี่น้อง&amp;nbsp; ทั้งเด็ก &amp;nbsp;สตรี &amp;nbsp;และคนพิการ &amp;nbsp;ดูแลเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่บ้านไผ่จะเผชิญกับปัญหาที่ดินในเขตเทศบาลที่พี่น้องบางส่วนไปใช้ที่หลวง &amp;nbsp;แต่วันดีคืนดีบ้านเมืองจะพัฒนา &amp;nbsp;โดยจะมีรถไฟรางคู่ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจึงกระทบกับการก่อสร้าง &amp;nbsp;เราก็ต้องมาวางแผนช่วยพี่น้องที่อยู่ในที่ที่ไม่ถูกต้อง ให้ถูกต้อง &amp;nbsp;โดยอาจย้ายไปอยู่ในที่ของเทศบาล&amp;nbsp; หรือทางราชการหาที่ให้พี่น้อง &amp;nbsp;พี่น้องก็ควรจะตอบรับ &amp;nbsp;เราจะช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ให้กับพี่น้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้พี่น้องถอยหลังมาก้าวเดียวแล้วเดินหน้าใหม่อีกสามก้าว&amp;quot; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาวเพลิน ภูแล่นกี่ &amp;nbsp;ผู้แทนชาวชุมชนพระธรรมสาร กล่าวว่า &amp;nbsp;จากเหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; คณะกรรมการบ้านมั่นคงเมืองบ้านไผ่ได้ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; ลงพื้นที่สำรวจผู้เดือดร้อนจำนวน&amp;nbsp; 39&amp;nbsp; ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ &amp;nbsp;พบว่า &amp;nbsp;มีชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 26 &amp;nbsp;ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย จำนวน &amp;nbsp;1,448&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต่อมาจึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้เดือดร้อนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายลำดับแรก คือ ครัวเรือนในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง และครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายในชุมชนต่าง ๆ&amp;nbsp; โดยได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นจำนวน 461 ครัวเรือน จำนวน &amp;nbsp;8 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน&amp;nbsp; 500 หลังคาเรือน ๆ ละ 4,000 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาย บานชื่น ผู้แทนช่างชุมชนบ้านไผ่ กล่าวว่า การดำเนินงานซ่อม-สร้างบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม &amp;nbsp;มีหน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญและเข้ามาทำงานร่วมกัน ได้แก่ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอนแก่น มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ &amp;nbsp;ช่างอาสาขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;และช่างอาสาจากเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกันซ่อมแซมบ้านเรือนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าการซ่อมแซม-สร้างบ้าน จำนวน 461 หลังจะแล้วเสร็จภายใน 90 วันหรือประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ &amp;lsquo;โพดุล&amp;rsquo; ในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ( World Habitat &amp;nbsp;Day) ปี 2562&amp;nbsp; ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; จัดกิจกรรมขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน ร่วมกันสร้าง Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งประชาชนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ประสบภัย, พอช.และภาคีเครือข่าย, มหกรรมซ่อมแซมบ้าน, สร้างบ้าน, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6644bc4a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ครบรอบ 19 ปี  “สานต่องานพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง”                                                                        </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช.จัดงานครบรอบ 19 ปี &amp;lsquo;สานต่องานพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; เผยภารกิจสำคัญสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,610&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; 6,001 กองทุน&amp;nbsp; ยอดเงินรวม 15,841 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; พร้อมก้าวเดินสู่ปีที่ 20 ชูคำขวัญ &amp;nbsp;&amp;ldquo;พลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ขณะที่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมประกาศเจตนารมณ์ &amp;nbsp;เป้าหมายชุมชนเข้มแข็งเต็มแผ่นดินภายในปี 2580 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดตั้งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 &amp;nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนตุลาคม 2545&amp;nbsp; ได้ย้ายมาสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และถือเอาวันที่ 26 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันครบรอบการจัดตั้งสถาบันฯ&amp;nbsp; โดยในปีนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ดำเนินการมาได้ 19 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (26 ตุลาคม) ระหว่างเวลา 07.00-13.00 น.มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวาระครบรอบ 19 ปีการดำเนินงานของสถาบันฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานในการจัดกิจกรรม&amp;nbsp; มีผู้บริหารสถาบันฯ เจ้าหน้าที่ ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&amp;nbsp; โดยในช่วงเช้ามีพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามและพุทธ&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงเป็นการกล่าวปาฐกถา&amp;nbsp; โดย ดร.กอบศักดิ์&amp;nbsp; ภูตระกูล&amp;nbsp; รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวเปิดงานว่า &amp;nbsp;พอช.เป็นหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนพี่น้ององค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เพื่อเคลื่อนขบวนนำธงไปปักให้ชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่ภายในปี 2579&amp;nbsp; ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; และต่อไปจะต้องขับเคลื่อนงานอย่างเข้มข้น ซึ่งตนขอฝากข้อคิด&amp;nbsp; &amp;ldquo;มอง 3 มอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มองแรก คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;มองเขาและมองเรา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูว่าเรามีความสามารถพอหรือไม่ ศักยภาพพอหรือไม่ บุคลิกภาพพอจะสัมพันธ์คนอื่นได้หรือไม่&amp;nbsp; มองจุดอ่อน&amp;nbsp; จุดแข็ง เพื่อทำงานร่วมกับคนอื่น&amp;nbsp; นำไปสู่ความ Win Win&amp;nbsp; ร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มองที่สอง&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;มองการเปลี่ยนแปลงรอบทิศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; พอช.ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ไม่ได้ปูพรมแพงอย่างเรียบง่าย&amp;nbsp; เพราะโลกเราหมุนไปเรื่อย&amp;nbsp; เป้าหมายเปลี่ยนไปเรื่อยๆ&amp;nbsp; เป้าหมายคนเปลี่ยนไป&amp;nbsp; การรับภาระเรื่องบ้าน 1.5 ล้านหลัง&amp;nbsp; เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ อย่างรอบทิศ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;สภาวะความเป็นเมือง&amp;nbsp; ภัยพิบัติ น้ำท่วม บ้านพัง บ้านชำรุด ต้องผ่อนหนี้&amp;nbsp; พักชำระหนี้&amp;nbsp; กรณีภัยพิบัติ&amp;nbsp; มีทั้งภัยแล้งและอุทกภัย&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอนาคตและต้องมีการเตรียมการของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสังคมสูงวัย&amp;nbsp; ปี 2564&amp;nbsp; ผู้สูงอายุจะมีจำนวนถึง 20 % ของจำนวนประชากรในประเทศไทย&amp;nbsp; แรงงานจะลดลง&amp;nbsp; คนสูงวัยจึงต้องทำงานต่อเนื่องตลอดชีวิต&amp;nbsp; มีคลังสมอง คลังปัญญา&amp;nbsp; การขับเคลื่อนเรื่องผู้สูงอายุซึ่งเป็นภาระของสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp; ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บจะมีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมองที่สาม&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;หลุมพรางและกับดัก&amp;rdquo; ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเกิดภัยพิบัติการทำงานกับชาวบ้านต้องว่องไว&amp;nbsp; มีเงื่อนเวลา&amp;nbsp; มีงบประมาณ&amp;nbsp; จึงต้องเตรียมรับกับดักหลุมพรางและวางไว้ตั้งแต่แรกๆ&amp;nbsp; คนที่ก้าวไปในทศวรรษหน้าต้องก้าวไปอย่างชาญฉลาดทุกลมหายใจเข้าออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.กอบศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภูตระกูล&amp;nbsp; รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาหัวข้อ &amp;ldquo;การพัฒนาประเทศที่มีชุมชนเป็นแกนหลัก&amp;nbsp; และบทบาท พอช.ในการสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; มีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาที่แท้จริงนั้น ตนได้ฟังจากพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548&amp;nbsp; เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp; คือ ต้องทำให้พอเพียง&amp;nbsp; ถ้าไม่พอเพียงไปไม่ได้&amp;nbsp; แต่ถ้าพอเพียงสามารถนำพาประเทศไปได้ดี และการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีก่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่า 4.0 ต้องทำและทำคู่ขนาน &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;สร้างเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; พร้อมกับดูแลพี่น้องประชาชนด้วย&amp;nbsp; ส่วนเรื่องความพอเพียง&amp;nbsp; เปรียบเหมือนเสาเข็มที่จะทำให้ฐานตึกเข้มแข็ง&amp;nbsp; นำมาสู่ภาพความสุขของทุกคน&amp;nbsp; ซึ่งทุกอย่างที่เราพูดมาสามารถทำได้หมดเลย&amp;nbsp; ต้องตั้งเป้าหมายจะทำให้เกิดการพัฒนาที่แท้จริง&amp;nbsp; ความสำเร็จที่พี่น้องเป็นพื้นฐาน&amp;nbsp; ชุมชนเป็นแกนหลัก&amp;nbsp; ยืนด้วยตัวเองให้ได้&amp;nbsp; โดยต้องเริ่มจากการคิดถูก&amp;nbsp; คือต้องพัฒนาจากข้างล่างขึ้นไป เพราะนี่คือหัวใจ&amp;nbsp; และเรื่องความเหลื่อมล้ำสามารถแก้ไขได้&amp;nbsp; ต้องเชื่อว่าเราทำเองได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รอเงิน&amp;nbsp; ไม่รอคำสั่ง แต่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; มีคำตอบคือชุมชนของตนเอง&amp;rdquo; ดร.กอบศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.กอบศักดิ์ยกตัวอย่างว่า&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือกรณีลุงอัมพร&amp;nbsp; ด้วงปาน&amp;nbsp; ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;nbsp; ทำเรื่องธนาคารชุมชน&amp;nbsp; และกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ของพระสุบิน ปณีโต &amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ประมาณ 1,000 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยประชาชนนำเงินมาออมร่วมกันจนกลายเป็นเงินกองทุนสัจจะออมทรัพย์จำนวนมาก&amp;nbsp; เปรียบเหมือนเม็ดฝนเล็ก&amp;nbsp; รวมกันเป็นน้ำฝนได้&amp;nbsp; นี่คือหัวใจว่า&amp;nbsp; ไม่ต้องรอเงินจากธนาคาร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดนำมาสู่แนวคิด&amp;nbsp; &amp;lsquo;การพัฒนาประเทศที่ชุมชนเป็นแกนหลัก&amp;nbsp; พอช.หนุนเสริม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ต้องเชื่อว่าเราทำได้ ต้องเห็นทางออกว่า&amp;nbsp; ทางออกอยู่ตรงไหน&amp;nbsp; การพัฒนาที่มาจากข้างล่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเห็นว่า &amp;nbsp;พี่น้องคือคำตอบ&amp;nbsp; ต้องใช้ชุมชนเป็นฐาน&amp;nbsp; ขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้ได้ &amp;nbsp;ต้องสร้างการพัฒนาแบบใหม่ที่เข้มแข็งจากฐานราก&amp;rdquo; ดร.กอบศักดิ์กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีภารกิจหลักในการสนับสนุนชุมชนในด้านต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชน&amp;nbsp; การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ฯลฯ&amp;nbsp; โดยในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; รวม 1,231&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,610 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมเงินอุดหนุน&amp;nbsp; 6,311 ล้านบาท&amp;nbsp; สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ดำเนินการไปแล้ว6,001 กองทุน&amp;nbsp; จำนวนสมาชิกประมาณ 6 ล้านคน&amp;nbsp; เงินกองทุนรวมประมาณ&amp;nbsp; 15,841 &amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (ที่ 3 จากขวา) รับมอบของที่ระลึกจากผู้แทนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนงานที่สำคัญในช่วง 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2563-2565) เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง&amp;nbsp; มีเป้าหมายสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีระบบที่พัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการจัดทำแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; รวม 3 ปี จำนวน&amp;nbsp; 6,000 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; 2. การสนับสนุนให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 3 ปี จำนวน&amp;nbsp; 211,482 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายให้ผู้นำชุมชนมีศักยภาพ&amp;nbsp; องค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีผู้นำที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและได้รับการพัฒนา&amp;nbsp; รวม 3 ปี&amp;nbsp; จำนวน 30,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.สภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถดำเนินงานได้ตามภารกิจ &amp;nbsp;รวม 3 ปี จำนวน&amp;nbsp; 6,680 ตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มีตำบลที่มีการจัดสวัสดิการพื้นฐานให้กับสมาชิกในชุมชน&amp;nbsp; รวม 3 ปี&amp;nbsp; จำนวน 6,700 ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในช่วงท้ายของการจัดกิจกรรม&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนได้ร่วมกันกล่าวคำประกาศเจตนารมณ์ว่า &amp;ldquo;ในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและและขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ทั้งเมืองและชนบท ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนทัองถิ่นจัดการตนเองในทุกมิติ ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชนและสวัสดิการชุมชน โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลาง &amp;nbsp;ตามปรัชญาความเชื่อที่ว่า &amp;ldquo;การสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากฐานรากคือการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในปีที่ 20 ของ พอช. &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนและ พอช. จะร่วมกันทบทวนผลการทำงานเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งในทุกๆ ด้าน ทั้งระดับตำบล จังหวัด ประเทศ ร่วมกันวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ สังคมต่าง ๆ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางการก้าวเดินของขบวนชุมชนในช่วงต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รวมทั้งจะมีการบอกกล่าวกับสาธารณะถึงผลงานการเปลี่ยนแปลงประเทศของขบวนชุมชนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่ิอมั่นให้กับสังคมว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมจากฐานรากและการสร้างชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองนั้นเป็นไปได้ ดังที่ขบวนองค์กรทั่วประเทศได้ดำเนินการมาแล้ว มีตัวอย่างประจักษ์ชัดอยู่ทุกหนแห่ง คำขวัญของการจัดงาน 20 ปี พอช.และขบวนองค์กรชุมชนในปี 2563 คือ &amp;lsquo;20 ปี พอช. พลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขอเชิญชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศและเพื่อนภาคีพัฒนา ประชาสังคม ร่วมกันขับเคลื่อนงานนี้ตลอดปี 2563 โดยทบทวนและสรุปบทเรียนการทำงานของตนเอง วิเคราะห์สถานการณ์ กำหนดยุทธศาสตร์ และจัดปรับขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เพื่อทำงานไปสู่เป้าหมายชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองเต็มแผ่นดินในปี 2580&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์  ภูตระกูล, ครบรอบ 19 ปี, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db4552aec96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานบอร์ด พอช.-ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เยี่ยมชุมชนนำร่อง ‘อ่าว ก ไก่’ เคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาภาคประชาชนเพื่อความมั่นคงทุกมิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ประจวบคีรีขันธ์/ ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานบอร์ด พอช. และผู้ว่าฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์เยี่ยมชุมชนประมงพื้นบ้านนำร่องแผนพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; 4 จังหวัด ประจวบฯ-เพชรบุรี-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; 6 ด้านสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; ท่องเที่ยว&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลุดพ้นความยากจน&amp;nbsp; ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศ &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; (อ่าวไทยตอนบนที่มีลักษณะ 4 เหลี่ยมคล้ายพยัญชนะ &amp;lsquo;ก ไก่&amp;rsquo;) คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่ไม่มั่นคงเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ตลอดจนปัญหาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่อนผันให้ประชาชนอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน (อยู่อาศัยก่อนปี 2557) ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนนำร่องอ่าว ก.ไก่&amp;nbsp; แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-อนุรักษ์ทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการตามแผนพัฒนาภาคประชาชนที่ชุมชนบ้านปากคลองหมู่ที่ 5 ตำบลแม่รำพึง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมชมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การจัดตั้งธนาคารปูม้าเพื่อขยายพันธุ์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรีเยี่ยมชุมชนบ้านปากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชุมชนบ้านปากคลองมี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 247 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในที่ดินป่าชายเลนตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช. &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมจำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านไปแล้วประมาณ 70 %&amp;nbsp; จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันชุมชนได้ร่วมกันเพาะพันธุ์และขยายสัตว์น้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำธนาคารปูเพื่อขยายพันธุ์ปูทะเลมาตั้งแต่ปี 2551 สามารถนำแม่พันธุ์ปูมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณปีละ 1,500-1,700 ตัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำ &amp;lsquo;ซั้ง&amp;rsquo; ในทะเลเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;nbsp; ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้มากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมวันละ 3-4 กิโลกรัม&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 7-8 กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; และผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และนายอำเภอบางสะพานน้อย&amp;nbsp; ได้เดินทางที่ชุมชนบ้านหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; ต.บางสะพาน &amp;nbsp;อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลที่กำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งธนาคารปูเพื่อเพาะพันธุ์ปูทะเล&amp;nbsp; และปล่อยพันธุ์ปูลงสู่ทะเลปีละหลายล้านตัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ปล่อยปูประมาณ 3 ล้านตัวคืนสู่ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายไมตรีได้มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; จำนวน 29&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณรวม 1,443,627 บาทให้แก่ผู้แทนชุมชน&amp;nbsp; และได้เยี่ยมชมธนาคารปูม้า&amp;nbsp; การแปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; รวมทั้งร่วมกิจกรรมการซ่อมแซมบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยมีเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัด&amp;nbsp; และชาวชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ และนายไมตรีร่วมกันเทปูนซ่อมบ้านให้ชาวหนองเสม็ดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ ประจวบหนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงาน 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องใหญ่&amp;nbsp; คือ 1.การสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลให้ทำงานพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; มีการสร้างเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังในการพัฒนา&amp;nbsp; 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในตำบล&amp;nbsp; ตั้งแต่เรื่องเกิด เจ็บป่วย&amp;nbsp; ทุนการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยยามภัยพิบัติ&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะนี้มีการจัดคตั้งกองทุนแล้วทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp; 6,000 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกันประมาณ 15,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนครัวเรือนยากจนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านเรือนยากจนทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 41,000 หลัง และปี 2563 จะดำเนินการอีกประมาณ 14,000 หลัง&amp;nbsp; และ 4.สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทั้งหมดนี้ พอช.ไม่ได้ทำงานเอง&amp;nbsp; พอช.มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของขบวนพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; โดยพี่น้องต้องไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; โดย พอช.และหน่วยงานต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยกระตุ้นการทำงานของพี่น้อง&amp;nbsp; เช่นเดียวกับแผนการพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่อ่าว ก.ไก่ ที่พี่น้องลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เริ่มจากเรื่องที่อยู่อาศัย และขยายผลไปยังสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การดูแลรักษาป่าชายเลน&amp;nbsp; และเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก&amp;nbsp; ไก่ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ยื่นหนังสือเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนมอบแผนพัฒนาอ่าว ก ไก่ ให้แก่ ผวจ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;จังหวัดประจวบฯ มีทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ทั้งทะเลและภูเขาที่สวยงาม&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.เมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า&amp;nbsp; 2.เป็นเมืองหลวงของสับปะรด&amp;nbsp; มะพร้าว&amp;nbsp; ประมง&amp;nbsp; เป็นเมืองเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; 3.มีด่านสิงขรเป็นด่านชายแดนเชื่อมอ่าวไทยกับฝั่งทะเลอันดามัน&amp;nbsp; เป็นระเบียงเศรษฐกิจในอนาคต&amp;nbsp; และ 4.สังคมผาสุก&amp;nbsp; มีการดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นการทำงานของ พอช.ที่สนับสนุนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp; การร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม รักษาป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของจังหวัดประจวบฯ ในการสร้างสังคมผาสุก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกวิถีทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ที่ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 17 โครงการ&amp;nbsp; ดำเนินการเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 9 โครงการ&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการดำเนินการ 8 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ รวม 76 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; มีผู้ได้รับประโยชน์รวม&amp;nbsp; 1,198 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าเคลื่อนแผนพัฒนาภาคประชาชนอ่าว ก ไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ศักดิ์ คำทรัพย์&amp;nbsp; คณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนพัฒนาภาคประชาชนฯ ว่า&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากการทำประมงพาณิชย์&amp;nbsp; การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลและชายฝั่งถูกทำลาย&amp;nbsp; ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในอ่าว ก.ไก่ ที่เคยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งเกิดผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นพวกเราในนามของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 4 จังหวัด&amp;nbsp; จึงได้รวบรวมข้อมูลและปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; นำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์ 6 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 2.การฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกระดับการแปรรูปสินค้าและการตลาดของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 5.ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และ 6.การปรับตัวเพื่อบรรเทาปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านจากภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายคือการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอ่าวทะเล ก ไก่ อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อชาวประมงพื้นบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยและทำกินมั่นคง และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ ยกตัวอย่างการฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ว่า&amp;nbsp; จะมีการจัดตั้งคณะทำงานและสร้างภาคีเครือข่ายขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการขยะและน้ำเสียไม่ให้ไหลทิ้งลงทะเล&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งธนาคารปู&amp;nbsp; ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ&amp;nbsp; และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารปูที่ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือพัฒนาทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน 4 จังหวัด ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนดังกล่าว&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; รวม 616 ครัวเรือน&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 76 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 89&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; รวม 502 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 1,283 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในกรณีที่ดินป่าชายเลน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ผ่อนผันให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนก่อนปี 2557&amp;nbsp; อยู่อาศัยได้&amp;nbsp; แต่ไม่อนุญาตที่ดินทำกิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศในปี 2557) โดยมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) มีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่และท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp; มีหน้าที่สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือน&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; การบริหารจัดการ&amp;nbsp; และเสนออนุมัติ&amp;nbsp; โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามการอนุญาตให้ใช้ที่ดินป่าชายเลนเพื่อการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนตามแผนพัฒนาภาคประชาชน 4 จังหวัดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.ให้การสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางชุมชนอยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; และชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรมเพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ&amp;nbsp; เพื่อให้บ้านเรือนมีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัย&amp;nbsp; และนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการอยู่ร่วมกันของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;คน&amp;nbsp; ป่า และทะเล&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; พอช.ใช้เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยและที่ดินที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ยังจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างเครือข่ายประมงพื้นบ้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันฟื้นฟู&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้จะนำไปสู่การผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายด้วย&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่อ่าว ก ไก่&amp;nbsp; เป็นต้นแบบ&amp;nbsp; ขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไมตรี  อินทุสุต, ‘อ่าว ก ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885b120ac18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนระดับสูงสาธารณรัฐเคนยาศึกษาดูงาน ‘บ้านมั่นคงที่พอช.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (7 พฤษภาคม) เวลา 9.30 น.&amp;nbsp; ผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนราษฎรจากสาธารณรัฐเคนยาจำนวน 8 คน จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง&amp;nbsp; สาธารณรัฐเคนยา (Kenya Informal&amp;nbsp; Settlements&amp;nbsp; Improvement&amp;nbsp; Project)&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; สาธารณูปโภค&amp;nbsp; งานพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคเมือง&amp;nbsp; และงานโยธาธิการ&amp;nbsp; ประเทศสาธารณรัฐเคนยา&amp;nbsp; ได้เดินทางมาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาดูงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยของสถาบันฯ ตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต (ซ้าย) และ Mr.Patrick&amp;nbsp; ผู้แทนคณะดูงานจากสาธารณรัฐเคนยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันฯ และคณะผู้บริหารสถาบันฯ ได้ให้การต้อนรับ และกล่าวถึงบทบาทของ พอช. ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 &amp;nbsp;ปี&amp;nbsp; โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรม และการเข้าถึงโอกาส ไม่ปล่อยให้ใครอยู่ข้างหลัง &amp;nbsp;โดยคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นสำคัญ &amp;nbsp;โดย พอช.เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ให้ชุมชนได้จัดการตนเอง ส่งเสริมกองทุนชุมชน&amp;nbsp; สร้างสรรค์สวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;และการสร้างบ้านมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าโดยลำดับ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ที่เริ่มดำเนินการในรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; ที่ปรึกษา พอช. ได้บรรยายสรุปถึงการดำเนินการของโครงการบ้านมั่นคง ตั้งแต่สภาพปัญหา ความเป็นมา องค์ประกอบ และพัฒนาการในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลการดำเนินการ&amp;nbsp; สรุปได้ว่า&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีชุมชนผู้ที่มีรายได้น้อยจำนวน 5,500 ชุมชน&amp;nbsp; ใน 300&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ประชากรรวมประมาณ&amp;nbsp; 8.25&amp;nbsp; ล้านคน&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินจำนวน&amp;nbsp; 3,700 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 65 %&amp;nbsp; เป็นที่ดินเช่าที่ไม่มีสัญญาเช่าที่มั่นคง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 35 % อยู่อาศัยในที่ดินบุกรุก&amp;nbsp; จำนวน 445&amp;nbsp; ชุมชนถูกขับไล่&amp;nbsp; และ 70-80 %&amp;nbsp; ไม่สามารถเข้าถึงตลาดที่อยู่อาศัยและระบบบริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546-2561&amp;nbsp; สถาบันฯ&amp;nbsp; ได้ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp; 76 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน 353 เมือง&amp;nbsp; รวม 931 &amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp; ครอบคลุม 2,061 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 100,216&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบประมาณที่สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 160 ล้านเหรียญสหรัฐ (5,600 ล้านบาท/ครัวเรือนละ 75,000 บาท) ให้สินเชื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่เกินครัวเรือนละ 5,500 เหรียญสหรัฐ&amp;nbsp; รวมสินเชื่อที่สถาบันฯ สนับสนุน&amp;nbsp; 203 ล้านเหรียญสหรัฐ (7,105 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Mr.Patrick Bucha&amp;nbsp; หัวหน้าคณะผู้แทนคณะศึกษาดูงานงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง&amp;nbsp; สาธารณรัฐเคนยา (Kenya Informal&amp;nbsp; Settlements&amp;nbsp; Improvement&amp;nbsp; Project)&amp;nbsp; กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเดินมาศึกษาดูงานครั้งนี้ว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลไทยที่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจนประสบความสำเร็จ&amp;nbsp; คณะศึกษาดูงานจึงต้องการมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&amp;nbsp; เพื่อนำไปปรับใช้ในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง&amp;nbsp; จำนวน 14 เมืองในประเทศเคนยา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ในการเดินทางมาศึกษาดูงานโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันฯ&amp;nbsp; คณะจากเคนยาได้เดินทางไปดูพื้นที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโครงการบ้านมั่นคงนำร่อง 1 ใน 10 ชุมชนที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; โดยมีรูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp; และชุมชนบางบัว&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนริมคลองลาดพร้าวชุมชนแรกที่รื้อบ้านออกจากแนวคลองและแนวเขื่อนเพื่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่&amp;nbsp; นอกจากนี้คณะจากเคนยายังมีกำหนดการศึกษาดูงานที่การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และธนาคารอาคารสงเคราะห์ในระหว่างวันที่ 7-12 พฤษภาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2546&amp;nbsp; เริ่มจากชุมชนนำร่อง 10 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในชุมชนแออัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินเช่า&amp;nbsp; หรือบุกรุกที่ดินเอกชน&amp;nbsp; ที่ดินรัฐ&amp;nbsp; ให้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; โดยชาวบ้านร่วมกันแก้ไขปัญหาในรูปแบบที่ชาวบ้านเป็น &amp;lsquo;เจ้าของโครงการ&amp;rsquo; ไม่ใช่ &amp;lsquo;หน่วยงานรัฐทำให้&amp;rsquo; เหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีคณะทำงาน&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนซื้อที่ดินและสร้างบ้าน&amp;nbsp; และร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สนับสนุนด้านความรู้&amp;nbsp; งบประมาณและสินเชื่อ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; จนได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ&amp;nbsp; และเป็นแหล่งศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของหน่วยงานต่างๆ จากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35222</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สาธารณรัฐเคนยา, ไมตรี  อินทุสุต, ‘บ้านมั่นคงที่พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd1500bf08ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
